- - / / [KHR-Fic]I Need You beside Me - 10069 / / - -
posted on 27 Nov 2009 23:45 by seiji-karawao[ถ้าพื้นหลังยังเป็นกันดั้มอยู่ กด F5 ด้วยนะครับ ^^]
ดองมานาน ได้เวลาอัพ เอิ้กๆๆ ^0^
ก่อนอื่น...
วันนี้ไป "ผ่า" ฟันคุดมาครับ
เลือดไหลไม่หยุดเกือบ 3 ชั่วโมง -*-
ปวดเว้ยเฮ้ยยยยย!!!
เอาล่ะๆ เข้าเรื่องๆ
คราวนี้มาอัพฟิคที่แต่งไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจบวันนี้ แหะๆ
คู๋นี้มีคนรีเควสมาครับ ^^
ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญอ่านได้เลยครับ
คำเตือน!
เนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับผู้ไม่นิยม Yaoi
[KHR-Fic] I Need You Beside Me - 10069
Couple : Byakuran X Mukuro
Written by : Seiji
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ในตรอกแห่งหนี่งท่ามกลางมหานครใหญ่ใจกลางอิตาลี ปรากฏร่างของชายคนหึ่งเดินโซซัดโซเซจวนเจียนจะล้ม เสื้อกล้ามสีขาวเปรอะเปรื้อนด้วยวงโลหิตสีแดงฉาน ดวงหน้าคมคายครึ่งหนึ่งถูกปิดด้วยมือในถุงมือหนังสีดำที่กดดวงตาข้างขวาไว้ เลือดจำนวนมากไหลจากดวงตาข้างนั้นอาบแก้มขวาเป็นทางยาว
โรคุโด มุคุโร่ ก้าวขาอย่างช้าๆ แต่ทุกก้าวที่สัมผัสพื้นหินสร้างความเจ็บปวดทิ่มแทงร่างกายสุดเกินทน มนที่สุดที่ทำได้คือ หยุดและพิงกำแพงอันเย็นเฉียบข้างกาย เมื่อได้หยุดพัก เสียงทุมนุ่มก็ดังขึ้นในความคิด
"บ๊ายบาย มุคุโร่คุง"
เขากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจเมื่อนึกถึงใบหน้าเจ้าเล่ห์นั่น ทำไมเขาถึงแพ้ได้อย่างง่ายดายแบบนั้นนะ? ถึงจะหยีออกมาได้ แต่ความอัปยศนั้นก็ไม่ได้หายไปด้วย มุคุโร่มองถนนในซอยที่ทอดยาว มันเริ่มพร่าเลือน
สงสัยว่าจะเสยเลือดมากไป ปล่อยไว้แบบนี้โดยเจอตัวแน่ ชายหนุ่มรำพึงในใจอย่างเคร่งครัด ก่อนจะตัดสินใจเดินต่อ แต่ทว่าเมื่อเริ่มก้าว..ร่างสูงก็แทบทรุด
"ตายแล้ว มีคนบาดเจ็บ!!"เสียงหวานเสียงหนึ่งอุทานลั่น เรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่เห็น คือภาพของเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งตรงมายังเขา
ใครกัน?
พยายามเพ่งมองใบหน้า แต่ว่ามันช่างพร่าเลือนเหลือเกิน
แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบ...
นุ่ม...
นั่นคือความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ สิ่งต่อมาที่รับรู้ คือความอบอุ่นจากนุ่นในหมอน และผ้าทอที่กลายเป็นผ้าห่ม ดวงตาข้างซ้ายทีหนักอึ้งค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะกะพริบปริบๆเพื่อปรับสภาพการมองเห็น
เพดานไม้สีเข้ม...สิ่งแรกที่เห็น แต่มันดูแคบลงถนัดตาอย่างน่าประหลาดพร้อมกับรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่ผิดปกติไปบนใบหน้า
มุคุโร่ยกมือขวาที่อ่อนแรงขึ้นมาแตะบริเวณซีกหน้าขวา และสัมผัสได้ถึงความนุ่มมือของผ้าพันแผลสีขาว ชายหนุ่มลดมือลงก่อนจะค่อยๆยันตัวเองขึ้น ทำให้ผ้าห่มสีขาวที่คลุมร่างของเขาอยู่ร่วงลงมา เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีเดียวกัน ส่วนท่อนล่างใส่กางเกงขายาวสีดำไม่คุ้นตา
มุคุโร่ขมวดคิ้วหน่อยๆด้วยความสงสัย หรือว่าจะเป็นฝีมือของเด็กผู้หญิงคนนั้น?
เขามองไปรอบกายแล้วก็พบว่า กางเกง โค้ทยาวสีดำ เนกไท เข็มขัด และรองเท้าวางอยู่มุมห้อง ขาดแต่เสื้อกล้ามสีขาวที่โกเลือด ส่วนถุงมือสีดำก็วางอยู่ข้างหมอน อาวุธคู่ใจไม่มีให้เห็น...นึกขึ้นได้ว่าถูกทำลายไปแล้ว.. ส่วนข้างเตียงก็มีโต๊ะตัวเล็กๆที่มีแจกันวางอยู่ แล้วเขาก็หันกลับมามองตัวเอง
ถึงจะยังเจ็บอยู่ แต่ก็อยู่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว.. คิดได้ดังนั้น มุคุโร่ก็เคลื่อนตัวลงจากเตียง ความเจ็บจากบาดแผลที่ชายโครงแล่นวาบเข้าสู่สมอง เขากัดฟันกรอดทนเจ็บ และเดินตรงไปยังข้าวของทีวางอยู่มุมห้อง แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นประตูบานหนึ่งเปิดแง้มไว้
"ห้องน้ำ?"มุคุโร่เลิกคิ้วสูง "ล้างหน้าสักหน่อยก็ดี"ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป
ซู่...
เสียงน้ำจาก๊อกไหลกระทบอ่างสแตนเลส มุคุโร่ยื่นมือไปสัมผัสน้ำครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกระจก ดวงตาสีน้ำเงินบนใบหน้าหล่อเหลามีปอยผมสีน้ำเงินเข้มปรกหน้าจ้องกลับมา รู้สึกแปลกตาเล็กน้อยเมื่อมีผ้าพันแผลมาแทนที่ดวงตาสีแดงข้างขวา เขายกมือมาแตะบริเวณที่เคยมีตาขวาปรากฏให้เห็น
รู้สึกโดดเดี่ยว...เมื่อไม่เห็นมัน
มุคุโร่สะบัดหัวหน่อยๆเพื่อไล่ความคิดออกจากหัว คนอย่างเขาไม่มานั่งเสียใจให้เสียเวลาหรอก... เขาปิดก๊อกน้ำก่อนจะก้าวออกจาห้องน้ำ แต่ทันทีที่สัมผัสกับพื้นห้อง ร่างสูงก็ต้องหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ชายร่างสูงคนหนึ่งเจ้าของเรือนผมสีขาวตัดสั้นชี้ไปมา แต่งกายด้วยเชิ้ตสีขาว กางสีขาว และร้องเท้าสีเดียวกัน เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงในขณะที่ใบหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
บ้าน่า! ทำไมมาอยู่ที่นี่!!?
เหมือนกับชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่ เพราะเขาค่อยๆหันหน้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีม่วงที่ประกายเจ้าเล่ห์มองอีกคนอย่างมีเลศนัย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆอย่างผู้ที่เหนือกว่า "ไง เจอกันอีกแล้วนะมุคุโร่คุง"เสียงทุ้มถูกเอ่ยขึ้น
"เบียคุรัน"มุคุโร่เอ่ยชื่อชายคนนั้นพลางกัดฟันกรอด
ใช่แล้ว เบียคุรัน บอสแห่งมิลฟิโอเล่ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เขาแสนรังเกียจ "ไม่นึกว่าเธอจะหนีออกมาได้นะมุคุโร่คุง ทั้งๆที่โดนทำลายดวงตาข้างนั้นไปแล้วแท้"เบียคุรันพูดหลังจากที่หันทั้งตัวมาประจันกับอีกฝ่าย
ผึง...เหมือนบางสิ่งบางอย่างขาดออกจากกัน มุคุโร่พุ่งตัวเข้าหาเบียคุรันพร้อมกับง้างมือขวาที่กำหมัดแน่น เขาเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างไม่ลังเล เป้าหมายคือใบหน้ากวนอารมณ์นั่น
หมับ!
แต่ทว่ามันกลับถูกรับไว้ได้ เบียคุรันจับแขนขวาอีกฝ่ายก่อนจะดึงมันไพล่หลังในท่าทางผิดธรรมชาติ ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างด้วยความตกใจ ความเจ็บปวดจากแขนขวาแล่นสู่สมอง
"อึ่ก!"เขากัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ส่งเสียงร้อง ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นผู้ได้เปรียบก็ยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ
"ร่างกายแบบนี้ แถมอาวุธยังไม่มีคิดจะโจมตีฉันอย่างนั้นหรือ?"เบียคุรันกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงหยันๆ
"จะร่างกายแบบไหน หรือไม่มีอาวุธมันก็ไม่เกี่ยวกันทั้งนั้นแหละครับ"คนเสียเปรียบฝืนยิ้ม "แค่อยากจะชกหน้าคุณ ไม่จำเป็นต้องสนอะไรหรอกครับ"
เบียคุรันเหยียดยิ้ม "แต่มันก็ไม่ได้ผลนี่นะมุคุโร่คุง"เขาว่าเสียงเบาก่อนจะออกแรกดแขนมากกว่าเดิมโดยไม่สนว่าอีกฝ่าจะเจ็บแค่ไหน
"กรอด..."คนเจ็บกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจตอบโต้ได้ "คิดจะทรมานผมเพื่อเค้นความลับหรือไงครับ?"
"เปล่าเลย"เบียคุรันตอบอย่างใจเย็นก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้น และแตะที่ผ้าพันแผลบนใบหน้าอีกฝ่าย "ฉันแก็แค่อยากจะเห็นสภาพของคนที่รอดพ้นจากพลังของฉันไปได้ก็เท่านั้น"
มุคุโร่สะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ "หาความจริงใจในคำตอบไม่ได้เลยนะครับ"เขาตอกกลับพลางเหยียดยิ้มอย่างดูถูก
"สายหมอกที่มีแต่การหลอกลวงด้วยภาพลวงตา มีสิทธิ์มาว่าฉันเหรอ?"
"แต่หมอกกไมได้อยู่ใต้นภาเดียวกับคุณแน่นอน"
คำพูดของสายหมอกแห่งวองโกเล่ไปสะกิดต่อมอารมณ์ของอีกฝ่าย ดวงตาสีม่วงหรี่ลงอย่างไม่พอใจ "นภาที่อ่อนแอนั่นน่ะเหรอ?"สิ้นคำ เขาก็เหวี่ยงร่างอีกคนไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แต่คนถูกเหวี่ยงก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทันทีที่รู้สึกว่าแขนถูกปล่อย เขาก็กลิ้งตัวไปทางมุมห้อง มือข้างที่ไม่เจ็บก็คว้าเข็มขัดที่วางอยู่บนพื้น ก่อนจะสะบัดอย่างรวดเร็ว
เผียะ!
หมับ...
รอยบาดเส้นยาวปรากฏขึ้นที่ข้างแก้มขวา ก่อนโลหิตสีแดงจะค่อยๆไหลออกมาจากปากแผล แต่เจ้าของรอยบอกกลับไม่ใส่ใจจะเช็ดมัน เพราะมือขวาใช้กุมรอบอาวุธที่ทำร้ายเขา ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มบางๆอย่างผู้ชนะ แต่สำหรับอีกคนแล้ว...มันกลับตรงกันข้าม
ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะสามารถตั้งตัวได้ทัน
"ฤทธิ์เยอะจังเลยนะมุคุโร่คุง"ว่าแล้ว เบียคุรันก็ออกแรงดึง ฝ่ายมุคุโร่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกกระชากให้เข้าไปหา มารู้ตัวอีกที มือทั้งสองข้างก็ถูกมัดด้วยเข็มขัดสีขาวจนแน่น "แต่สำหรับคนบาดเจ็บมันก็เท่านั้น"สิ้นคำพูด เบียคุรันก็ยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายเต็มแรง ทำให้ร่างที่บาดเจ็บอยู่กระเด็นไปข้างหลัง และชนกับกำแพงอย่างแรง
ความเจ็บจากแผ่นหลังเล่นวาบเข้าสู่สมอง ผ้าพันแผลบริเวณสีข้างข้างซ้ายเริ่มปรากฏวงโลหิตสีชาด นั่นหมายความว่าบาดแผลเมื่อคราวก่อนได้เปิดออก เพราะเคลื่อนไหวมากเกินไป มุคุโร่ก้มมองมือที่ถูกมัดก่อนจะพยายามขยับข้อมือเผื่อว่ามันจะคลายออก แต่มันกลับแน่นขึ้นจนข้อเป็นรอยห้อเลือด
"พยายามไปก็เปล่าประโยชน์"เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหน้าก่อนที่จะมีมือกระแทกปากแผลและขยี้อย่างแรงจนทั้งร่างกายชาวาบ เลือดเริ่มกระจายเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม อีกทั้งยังซึมออกมาภายนอกทำให้เจ้าของมือนั้นเริ่มชื้นแฉะด้วยโลหิต
"กรอด..."กีดหันแน่น ดวงตาเริ่มพร่าเลือนเพราะความเจ็บปวดที่ตู่จม
"ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาสิ จะทนอยู่ทำไม?"เบียคุรันเอ่ยเสียงเบาที่ข้างหูพร้อมกับออกแรงที่มือมากกว่าเดิม
"ไม่..ไม่ได้ทนหรอกครับ แค่เจ็บจนชินแล้วก็เท่านั้นเอง"คนทนเจ็บโกหกคำโต เพียงแค่...ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายเขาอยู่พอใจ
อีกฝ่ายคลี่ยิ้มบางๆที่ดูเบื่อหน่าย "งั้นเหรอ...ว้า น่าเบื่อจังเลยน้า"แล้วก็เลื่อนมืออีกข้างมาจับที่ปลายคางคนตรงหน้าพลางออกแรงบีบเบาๆ "อาล่ะ ถ้างั้นขอเข้าเรื่องเลยนะ...ฐานทัพวองโกเล่อยู่ที่ไหน?"
มุคุโร่แค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "หึ สุดท้ายแล้วก็แค่ต้องการเค้นความลับนี่ครับ"
"อย่ามาอ้อมค้อม"แล้วก็ออกแรงบีบที่ปลายคางมากขึ้น จนอีกฝ่ายเกือบแสดงความเจ็บออกมาทางสีหน้า
"เสียใจด้วยครับ ผมไม่ได้มีหน้าที่มาบอกคุณ"มุคุโร่เหยียดยิ้มบางๆ ทำให้ดวงตาสีม่วงหรี่ลงอย่างไม่พอใจ
"มีอะไรดีหนักหนาถึงได้ปกป้องถึงขนาดนั้น"เบียคุรันเอ่ยเสียงเย็นเยียบ พาลเอาดวงตาประกายน่ากลัวจนคนมองอดขนลุกไม่ได้
ความรู้สึกบางอย่าง....กำลังเผาไหม้จิตใจของชายชุดขาว...
"อย่างน้อยก็ดีกว่าคุณแหละครับ"
ดวงตาสีแอเมทิสต์ประกายวาบด้วยความโกรธถึงขีดสุด เขาชักมือข้างหนึ่งกลับมาก่อนจะลุกขึ้น และเดินไปข้างเตียงท่ามกลางความงุนงงของคนที่นั่งอยู่บนพื้น เบียคุรันคว้าแจกันแก้วขึ้นมา ก่อนจะเขวี้ยงมันลงกับพื้นอย่าแรงจนแจกันใบนั้นกลายเป็นเศษแก้ว ชายหนุ่มก้มลงหยิบเศษแก้วชิ้นหนึ่งขึ้นมาถือไว้ในมือก่อนจะเดินกลับมาหาอีกคนหนึ่งโดยเหยียบย่ำดอกไม้บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
เบียคุรันย่อตัวลงอีกครั้งโดยมีดวงตาสีน้ำเงินคอยมองอย่างจับผิดตลอดเวลา ชายหนุ่มในชุดขาวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายเหมือนกับว่าต้องการค้นหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังดวงตานั่นทุกอย่าง ทำเอาคนถูกจ้องเริ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆ
"นี่รู้ไหมมุคุโร่คุง...ฉันน่ะ..."ว่าแล้ว คมแก้วก็ค่อยๆลากผ่านหน้าผากด้านขวา กรีดผ้าพันแผลสีขาวให้ขาดออกจากกัน โลหิตสีแดงเริ่มไหลออกมาตามรอยกรีด "...ต้องการนาย..."แล้วก็ลากผ่านแก้มขวา เรื่อยมาจนถึงคอขาว รอยลากผ่านของคมแก้วลึกขึ้นเรื่อยๆจนเลือดไหลออกมามากกว่าปกติโดยไม่สนใจเลยว่าผู้สร้างเม็ดเลือดแดงอยู่ในอาการย่ำแย่
"ขน...ลุก...นะครับนั่น"เสียงสั่นเครือด้วยความอ่อนแรงถูกเอ่ยออกมาจากใจจริง เขาอยากจะปิดตาลงเต็มที แต่ความเจ็บแปล๊บๆที่ใบหน้านั่น ทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้
"ฉันพูดจริงหรอกนะ"เบียคุรันพูดพลางเหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปสัมผัสใบหน้าอีกฝ่าย
ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ไม่ได้เคยได้สัมผัสทำเอาความรู้สึกร้อนวูบสูบฉีดทั่วใบหน้า รู้สึกเหมือนกับว่า...บางอย่างในจิตใจเริ่มเปลี่ยนไป...
แต่ด้วยทิฐิทำให้บางอย่างที่ว่านั้น...กลับมาเป็นเหมือนเดิม
"คนอย่างคุณน่ะ เชื่อไม่ได้หรอกครับ"มุคุโร่ว่าเสียงค่อย แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีบางอย่างที่ชื้นแฉะสัมผัสที่รอยบาดบริเวณลำคอพร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหู
"แต่คราวนี้...เชื่อฉันเถอะ..."แล้วใบหน้าคมคายก็ซุกอยู่ที่ซอกคอขาว ลิ้นไล่ลามเลียตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงแผ่นอก "...ฉันต้องการนาย อยากสัมผัส...แม้กระทั่งเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง ฉันก็ต้องได้เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทุกอย่าง..."
ลมหายใจของมุคุโร่เริ่มปั่นป่วน ใบหน้าเริ่มขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้ สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียเลือดมากเกินไป หรือว่าความร้อนในร่างกายมันสูงขึ้นมากกว่าปกติกันแน่...
ตึก....
เสียงบางอย่างดังขึ้นภายในร่างกาย ช่วยเรียกสติให้กลับมาได้ทันก่อนจะเตลิดไปไกลกว่านี้ แย่ล่ะสิ...เกินขีดจำกัดแล้ว... แล้ว...เรามาเสียดายอะไรล่ะ?
"เสียใจด้วยครับ"มุคุโร่เอ่ยขึ้นในที่สุด "ผมไม่อาจเป็นอย่างที่คุณต้องการได้..."พอหยุดพูดชั่วครู่ อีกฝ่ายก็เงยขึ้นมอง ดวงตาสีม่วงประกายผิดหวังที่ไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาแวบหนึ่ง "...เพราะว่าสายหมอกก็ยังคงเป็นสายหมอก ไม่อาจจับต้องได้...และไม่ปรารถนาให้ใครมาครอบครอง"
เบียคุรันเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงคล้ายกับว่าต้องอดกลั้นอะไรบางอย่าง และในที่สุดเขาก็พูด "น่าเสียดาย...ทั้งๆที่ฉันให้โอกาสนายแล้วแท้ๆ"
"ผมไม่เคยต้องการได้รับโอกาสจากคุณ ผมอยากไขว่คว้ามันด้วยตัวเองมากกว่า"
"งั้นเหรอ..."ชายชุดขาวที่ตอนนี้เปื้อนเลือดเกือบทั้งตัวพึมพำเสียงเบา ดวงตาหรี่ลงจนไม่อาจอ่านประกายจากแววตาได้ "...แย่จังเลยนะ ถ้างั้น...ฉันคงต้องลบนายออกจากอนาคตเสียแล้ว"
มุคุโร่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ "ถึงคุณจะลบอีกสักกี่ครั้ง...ผมก็จะกลับมา"เขาเอ่ยพร้อมกับเหยียดยิ้มบางๆ
"แล้วฉันก็จะลบอีกครั้ง..."
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากชายผมขาวที่บัดนี้ยืนอยู่หน้ากำแพงที่มีรอยเลือด ไร้ซึ่งบุคคลอีกคนหนึ่งที่เคยอยู่ตรงนั้น
เบียคุรันมองรอยเลือดด้วยสายตาว่างเปล่า...แต่มันกลับประกายความทุกข์ระทมอย่างน่าประหลาด เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกำแพงเปื้อนเลือดเบื้องหน้าที่มีไออุ่นจากร่างกายคน
"ฉันต้องการนายจริงๆนะ มุคุโร่..."
++++ The End ++++++++++++++
แต่งได้เท่านี้แหละครับ แหะๆ - -"
เป็นยังไงบ้างก็ช่วยติชมกันด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ^^
ปล.ฟิคเรื่องต่อไป 6996 ตามที่รีเควสไว้นะครับ ^^ ต้องขอโทษด้วยที่ช้าไปมาก งานเยอะ + บางทีหัวไม่แล่น แหะๆ
ปลล.อยากไปงาน 10 บอร์ดดดด T^T
สุดท้ายละ...
ใครรีเควสไว้...อ่านแล้วอย่าลืมเม้นนะเว้ยเฮ้ย! - -+++